• REAL MAN

เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างไรให้ประหยัดไฟ?

[บทความนี้ได้รับการสนับสนุน]


เกณฑ์การเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด ควรคัดกรองอย่างถี่ถ้วน ละเอียดตั้งแต่วัสดุอุปกรณ์ไปจนถึงระยะเวลาในการใช้งาน ซึ่งเราควรเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม และจำเป็นต่อการใช้งานจริง ๆ แล้วยิ่งในยุคที่ต้อง work from home อยู่บ้านแบบนี้ ค่าไฟพุ่งทะลุหลังคาแน่! ฉะนั้น อะไรประหยัดได้ก็ควรประหยัด แต่การประหยัดไฟฟ้านั้น ควรเริ่มตั้งแต่การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีเกณฑ์ ตลอดจนประเมินคุณค่าก่อนที่จะทำการตัดสินใจซื้อ เช่น โทรทัศน์ จะซื้อกี่เครื่องดี อันดับแรกทุกบ้านต้องมีทีวีอยู่แล้ว แต่เพื่อการลดค่าใช้จ่าย หากใครคนใดในบ้านไม่ได้มีอุปนิสัยที่ชอบดูทีวีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ตัดค่าใช้จ่ายส่วนนั้นออกไปได้ แล้วเลือกติดตั้งที่ห้องรับแขกที่เดียว เพื่อเป็นการลดค่าไฟ และเป็นการให้ทุกคนได้มีกิจกรรมครอบครัวร่วมกันนั่นเอง


สิ่งสำคัญของการประหยัดไฟฟ้า คือ การพิจารณาการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีหลักเกณฑ์ ก่อนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าควรคำนึงถึงปัจจัย ดังต่อไปนี้

1. คุณภาพยืนหนึ่ง

เครดิตภาพ: americanfreight.com

ในการซื้อข้าวของเครื่องใช้ แน่นอนว่าคุณภาพเป็นสิ่งที่ควรคำนึงอันดับแรก เพราะสินค้าที่มีคุณภาพ จะนำมาซึ่งถึงความปลอดภัย แถมประสิทธิภาพการใช้งานก็ดีตามไปด้วย การเลือกซื้อให้ได้คุณภาพที่ดีทำได้อย่างไร อันดับควรเลือกแบรนด์ที่เป็นที่ไว้วางใจได้ และมีการออกแบบที่ดี พิจารณาตั้งแต่วัสดุที่ใช้ไปจนถึงกระบวนการผลิต นอกจากนั้นสินค้าคุณภาพควรได้รับการรับรองมาตราฐานจาก มอก. หรือมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นการวัดคุณภาพสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุดนั่นเอง


2. ราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้า


พอคุณภาพยืนหนึ่งแล้ว ต่อมาให้พิจารณาถึงราคา ควรพิจารณาราคาควบคู่ไปกับคุณภาพ เปรียบเทียบไปหลาย ๆ ตัวจนเจอตัวที่ตอบโจทย์มากที่สุด สินค้าคุณภาพดี ราคาไม่แพงก็มีถมไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ซื้อล้วน ๆ สินค้าบางตัวแพงมาก แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ได้คุณภาพก็มี เพราะฉะนั้น ราคาก็ไม่ได้เป็นตัววัดว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นจะมีคุณภาพหรือประหยัดไฟได้มากกว่า


3. จำนวนวัตต์


โดยปกติแล้วก่อนทำการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด เขาจะมีการบอกจำนวนวัตต์ก่อนอยู่แล้ว ซึ่งวัตต์ (Watt) ก็คือหน่วยวัดพลังงานไฟฟ้า ดูได้จากแผ่นป้ายที่ติดตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ซื้อได้พิจารณาถึงอัตราค่ากระแสไฟฟ้าต่อหน่วย และทราบระยะเวลาเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้สามารถคำนวณค่าไฟหลังการใช้งานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้า


4. เครื่องหมายประหยัดไฟกำกับ

เครื่องหมายประหยัดไฟกำกับ
เครดิตภาพ: homepro.co.th

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 คือ เครื่องหมายรับรองเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังที่ได้มาตราฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานกำหนด โดยฉลากประหยัดไฟจะมีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 ซึ่งคือระดับที่ประหยัดไฟมากที่สุด ดังนั้น สิ่งนี้จะช่วยให้เราเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบไม่กินไฟได้ง่ายขึ้น


5. ขนาดและดีไซน์


ควรเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ของบ้านหรือห้องของคุณ เลือกให้เหมาะสมกับการใช้ จะช่วยในการประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นจากการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่โดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ดีไซน์ก็สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ตู้เย็นที่มีเครื่องทำน้ำดื่มและน้ำแข็งอัตโนมัติค่าไฟจะสูงกว่าตู้เย็นธรรมดา

หรือตู้เย็นประตูบานเดียวจะประหยัดมากกว่าประตูบานคู่ เป็นต้น


6. ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า


ชนิดของเครื่องใช้ไฟฟ้าแทบจะเป็นตัวแปรแรกที่มีผลต่อค่าไฟเลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละตัวก็มีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ค่าพลังงานไฟฟ้าแตกต่างกันไปด้วย ซึ่งจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวท็อปตัวไหนที่ใช้พลังงานมากที่สุด ทำยอดบิลค่าไฟพุ่งกระฉูดมาแล้ว มาดู!


อันดับ 1: แอร์ หรือ เครื่องปรับอากาศ

เครดิตภาพ: onehourairftworth.com

จากข้อมูลของการไฟฟ้านครหลวง แอร์มีกำลังไฟฟ้า 1,200 วัตต์ - 3,300 วัตต์ (ค่าไฟก็จะตกชั่วโมงละ 5-13 บาท) นอกจากนี้การใช้งานก็มีส่วน เช่น เปิดทั้งคืนติดต่อกัน แอร์จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอันอับ 1 เลยที่มีส่วนทำให้ค่าไฟสูง


อันดับ 2: เครื่องทำน้ำอุ่น

เครดิตภาพ: keepthewaterflowing.ne

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำความร้อนก็กินไฟไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องทำน้ำอุ่น ที่ใช้กำลังไฟสูงถึง 2,500-12,000 วัตต์ ที่มีค่าไฟชั่วโมงละ 10-47 บาท แม้ไม่ได้ใช้แต่หากเปิดสวิตช์ทิ้งไว้ ไฟก็ยังจะเข้าเครื่องทำน้ำอุ่นตลอด เพราะฉะนั้น เมื่อไม่ได้ใช้งานแนะนำให้ปิดวาล์วน้ำและสวิตซ์ทันที เครื่องจะได้หยุดการทำงานและช่วยเซฟค่าไฟได้ด้วย


อันดับ 3: ตู้เย็น

เครดิตภาพ: goodhousekeeping.com

อีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน เผลอ ๆ มี 2 - 3 เครื่องเลยทีเดียว ทำไมตู้เย็นติดอันดับ 3 นั่นก็เพราะว่าเราเสียบปลั๊กตลอดทั้งวันทั้งคืน ทำให้ไม่แปลกใจเท่าไหร่ หากค่าไฟจะพุงสูงเพราะตู้เย็น


7. การติดตั้งและบำรุงรักษา


เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรละเลย คือ การติดตั้งและบำรุงรักษาที่ต้องจ่ายในภายหลัง กรณีที่มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขั้นตอนการติดตั้งที่ยุ่งยากต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ แนะนำให้สอบถามถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย พยายามเลือกสินค้าที่มีประกัน ยกตัวอย่างเช่น การติดตั้งเครื่องกรองน้ำ แน่นอนว่าเป็นสินค้าที่สามารถลดค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำดื่มของเราไปได้เยอะ แต่ก็จะมีค่าบำรุงรักษาที่ต้องมีการทำความสะอาดทุก ๆ 3 เดือนแบบนี้ เป็นต้น

เคล็ดลับประหยัดไฟ ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบไหนช่วยเซฟเงินในกระเป๋า

เครดิตภาพ: twitter.com
  1. การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานแล้ว นอกจากประหยัดพลังงานและค่าไฟได้ง่าย ๆ แล้ว ยังช่วยป้องการเกิดอัคคีภัยอีกด้วย

  2. เรื่องปลั๊กพ่วง หรือปลั๊กไฟสำคัญมาก ๆ แนะนำให้ระวังการเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ พร้อมกัน ถ้าค่าพลังงานเกินกำลังรับไหวก็ทำให้เกิดการช็อตได้ ฉะนั้น ควรเลือกปลั๊กไฟยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน และไม่พ่วงปลั๊กไฟซ้อนกันหลายชั้น

  3. ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ แล้วเปลี่ยนมารับลมธรรมชาติบ้าง นอกจากลดค่าใช้จ่ายได้แล้ว การได้รับลมธรรมชาติก็ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของเราอีกด้วย

  4. พยายามตั้งค่าทอร์โมสตัท (Thermostat) เมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ เพราะจะช่วยลดระดับอุณหภูมิให้เหมาะสม ทำให้เราใช้ไฟฟ้าไม่เกินความจำเป็น

  5. การดูอายุและการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิด หากเก่าเกินไป ใช้มานานแล้ว มีแนวโน้มที่ประสิทธิภาพจะลดลงได้ แถมยังกินไฟมากขึ้นอีก


เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นสื่งที่อำนวยความสะดวกให้กับเราได้มาก ทุกอย่างล้วนออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กิจวัตรประจำวันของมนุษย์ ฉะนั้น หากเรามีบ้าน มีคอนโด หรือที่อยู่อาศัย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่แน่นอนว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ ก็ล้วนใช้ไฟหมด พอมีเยอะ ใช้เยอะ ค่าไฟก็สูงตามไปด้วย บิลค่าไฟมาทีลมแทบจับ แต่อย่างไรก็ตาม หากทุกคนรู้การใช้ให้ถูกวิธี การบำรุงรักษา รวมไปถึงการพิจารณาถึงการใช้งานได้อย่างถูกต้อง ค่าไฟในบ้านก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด! ดังนั้นหากทำตามคู่มือนี้ไว้ รับรองว่าช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้แน่นอน!

Shopee 9.9 Super Shopping Day แคมเปญโปร 9.9 สุดยิ่งใหญ่แห่งปี! มหกรรมสินค้าลดราคาจัดเต็ม เริ่มต้นเพียง 9.- ถูกคุ้มทุกวันตลอดทั้งแคมเปญ! พร้อมรับโปรโมชั่นส่งฟรีขั้นต่ำ 0.- และพิเศษกว่าที่เคย เก็บโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 999.- ช้อปได้กับโปรหลากหลายสุดโดนใจ ช้อปได้แล้วตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. - 9 ก.ย. นี้ที่ Shopee 9.9 Super Shopping Day!


- RM -